พักชำระหนี้ทุกธนาคารระยะที่ 2 ปี 2564 

ในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา หลังจากประเทศไทยได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังมีมาตราการให้ธนาคารและสถาบันการเงินแต่ละแห่งมีนโยบายให้พักชำระหนี้ทุกธนาคาร ซึ่งเราจะสังเกตได้จากหน้าเว็บไซต์ของสถาบันการเงินเหล่านั้นได้ติดประกาศไว้ถึงโครงการพักชำระหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ของตนสามารถขอพักชำระหนี้และการพักชำระหนี้ยังเป็นประโยชน์ให้กับลูกหนี้หลายคนอีกด้วย ทั้งในแง่ของการมีระยะเวลาในการหาเงินมาชำระได้นานขึ้น และความเครียดลดน้อยลง

ทั้งนี้ ในปี 2564 นโยบายของการพักชำระหนี้ทุกธนาคารก็ได้กลับมาอีกครั้งในนามของการพักชำระหนี้ระยะ 2 ซึ่งการพักชำระหนี้รอบ 2 ปี 2021 นี้ได้ครอบคลุมไปถึงโครงการพักชำระหนี้รถยนต์อีกด้วย เพราะกาแพร่ระบาดของโควิด 19 กลับมีหนักขึ้นกว่าเก่าอีกหลายเท่า แต่อย่างไรก็ดี หลังจากนี้หากสถานการณ์ดีขึ้นมาตราการพักชำระหนี้ทุกธนาคารอาจจะถูกผ่อนปรนและสิ้นสุดก็เป็นได้

พักชำระหนี้ทุกธนาคาร เพื่อผู้เป็นหนี้บัตรเครดิต

อย่างที่หลายคนทราบกันดีว่ามาตรการพักชำระหนี้ทุกธนาคารหรือโครงการพักชำระหนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก โดยแบ่งตามประเภทของผลิตภัณฑ์การเงินต่าง ๆ ซึ่งในบทความนี้จะกล่าวถึงผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต โดยมาตรการพักชำระหนี้บัตรเครดิต หลายธนาคารมีนโยบายให้ลูกหนี้ผ่อนชำระได้อย่างน้อย 5% อีกทั้งสามารถขอต่อเวลาได้นานสุด 48 เดือน โดยจะมีการคิดอัตราดอกเบี้ย 12% นอกจากนี้ธนาคารบางแห่งก็มีมาตรการขยายเวลาให้นานขึ้นถึง 99 เดือน ตัวอย่างเช่น บัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น 

แม้ว่าจะมีมาตรการพักชำระหนี้ทุกธนาคารรวมถึงมีหนังสือขอขยายเวลาชำระหนี้ธนาคารเพื่อยืนยันว่าเป็นมาตรการที่มีอยู่จริง แต่กระนั้นลูกหนี้แต่ละคนควรศึกษาเงื่อนไขของธนาคารที่เราสมัครบัตรเครดิตให้ดี เพราะแต่ละธนาคารอาจมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน 

ชีวิตอาจแย่ลง หากไม่มีมาตรการพักชำระหนี้ทุกธนาคาร

ต้องยอมรับจริง ๆ ว่าวิกฤติโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อหลายชีวิต โดยเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยและเป็นหนี้ ซึ่งไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้เนื่องจากค้าขายไม่ได้ ไม่มีคนซื้อของ หรือบางคนตกงาน ดังนั้น หากไม่มีโครงการพักชำระหนี้ทุกธนาคาร ในปี 2563-2564 เชื่อว่าหลายคนคงต้องลำบากกว่านี้เป็นแน่แท้ 

อย่างไรก็ดี การพักชำระหนี้หรือขอพักชำระหนี้ช่วยยให้ใครหลายคนมีเวลาในการคิดทบทวน หาเงิน และวางแผนการเงินได้ดีขึ้นได้ และเชื่อว่าวิกฤติครั้งนี้คงเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราหันมาตระหนักถึงการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง และแบ่งเงินสำรองไว้เก็บเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินนั่นเอง